วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552

ความตึงผิว
คือ แรงต่อความยาวของผิวสัมผัสแรงตึงผิวของของเหลว คือ แรงที่เกิดขึ้นบริเวณที่ผิวของของเหลวสัมผัสกับของเหลวอื่นหรือกับผิวของแข็งโดยมีพลังงานเพียงพอต่อการยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล ซึ่งมีขนาดสัมพันธ์กับแรงยึดติดและแรงเชื่อมแน่นทำให้เกิดเป็นลักษณะคล้ายๆ กับแผ่นบางๆ ที่สามารถต้านแรงดึงได้เล็กน้อย มีทิศขนานกับผิวของเหลวและตั้งฉากกับเส้นขอบที่ของเหลวสัมผัส เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นความตึงผิวของเหลวจะมีค่าลดลงสัมผัส (ความพยายามในการยึดผิวของของเหลว)ในของไหลทุกชนิดจะมีคุณสมบัติของแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล 2 ชนิด คือ

1.แรงยึดติด คือแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของของเหลวชนิดเดียวกันแรงนี้สามารถรับความเค้นดึง (tensile stress) ได้เล็กน้อย
2.แรงเชื่อมแน่น คือแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของของเหลวกับสารชนิดอื่น เช่น น้ำกับแก้ว ปรอทกับแก้ว
ปรากฏการณ์ของความตึงผิว
การเกิดหยดของเหลว
เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นกับของเหลวที่มีขนาดเล็กและอยู่อย่างอิสระ เช่น เม็ดของของเหลวในบรรยากาศ หรือเม็ดของของเหลวที่เกิดจากหัวฉีดที่ฉีดของเหลวออกมาเป็นฝอยหรือละอองเล็กๆ หรือเม็ดของของเหลวที่เกาะตามใบไม้ ซึ่งอิทธิพลของแรงตึงผิวจะพยายามปรับรูปร่างให้เม็ดของของเหลวมีลักษณะเป็นรูปทรงกลม ทำให้แรงดันในหยดของเหลวมากขึ้น เพื่อให้เกิดแรงต้านแรงตึงผิว เป็นผลให้หยดของเหลวคงสภาพอยู่ได้อย่างสมดุลถ้าพิจารณาหยดของเหลวทรงกลมที่มีรัศมี r และความดันภายในหยดของเหลว P โดย
p=2y/r
แรงตึงผิว
แรงตึงผิว
คือแรงที่เกิดขึ้นบริเวณที่ผิวของของไหลสัมผัสกับของไหลอื่นหรือกับผิวของแข็งโดยมีพลังงานเพียงพอต่อการยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล ซึ่งมีขนาดสัมพัทธ์กับแรงยึดติดและแรงเกาะติดทำให้เกิดเป็นลักษณะคล้ายๆ กับแผ่นบางๆ ที่สามารถต้านแรงดึงได้เล็กน้อย
ในทางคณิตศาสตร์ ถือว่าหน่วยแรงตึงผิวหมายถึงแรงในผิวของของไหลต่อหน่วยความยาว เขียนเป็นสมการทั่วไปได้ดังนี้
s = f/l
เมื่อ คือหน่วยแรงตึงผิว มีหน่วยเป็นแรง/ความยาว
แรงตึงผิวมีค่าเฉพาะที่เปลี่ยนแปลงได้ตามชนิดของของไหล เช่น ที่อุณหภูมิ 20 C มีหน่วยแรงตึงผิวของของไหลชนิดต่างๆ นอกจากนี้แรงตึงผิวยังเปลี่ยนแปลงได้ตามอุณหภูมิ กล่าวคือ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น แรงยึดเหนี่ยวในโมเลกุลของของไหลน้อยลง ทำให้แรงตึงผิวมีค่าน้อยลง เช่น หน่วยแรงตึงผิวของน้ำที่อุณหภูมิ 0 C ถึง 100 C อิทธิพลของแรงตึงผิวมีบทบาทต่อปัญหาทางชลศาสตร์บางลักษณะดังนี้
การเกิดหยดของไหล ( droplet )
เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นกับของไหลที่มีขนาดเล็กและอยู่อย่างอิสระ เช่น เม็ดของของไหลในบรรยากาศ หรือเม็ดของของไหลที่เกิดจากหัวฉีดที่ฉีดของไหลออกมาเป็นฝอยหรือละอองเล็กๆ หรือเม็ดของของไหลที่เกาะตามใบไม้ ซึ่งอิทธิพลของแรงตึงผิวจะพยายามปรับรูปร่างให้เม็ดของของไหลมีลักษณะเป็นรูปทรงกลม ทำให้แรงดันในหยดของไหลมากขึ้น เพื่อให้เกิดแรงต้านแรงตึงผิว เป็นผลให้หยดของไหลคงสภาพอยู่ได้อย่างสมดุลถ้าพิจารณาหยดของไหลทรงกลมที่มีรัศมี r และความดันภายในหยดของไหล P โดย
แรงดันภายในหยดของไหล = Ppr 1.21
แรงตึงผิว = 2prs 1.22
สมดุลของแรง จะได้สมการที่ Ppr2 เท่ากับสมการที่ 2prs
Ppr2 = 2prs
ความดันภายในหยดของไหล P = 2s/r
สารลดแรงตึงผิว
สารลดแรงตึงผิวมีบทบาทที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ในแต่ละวันมนุษย์ใช้สารลดแรงตึงผิวแทบทุกกิจกรรม เช่น การทำความสะอาดร่างกายและของใช้ การใช้เครื่องสำอาง การย่อยอาหาร กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม เป็นต้น นอกจากนี้สารลดแรงตึงผิวก็มีบทบาทที่สำคัญในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย ในการกำจัดคราบน้ำมันและสิ่งสกปรก ในการกำจัดสารแขวนลอยหรือคลอรอยด์ในน้ำ การเลือกประเภทของสารลดแรงตึงผิว ปริมาณหรือความเข้มข้นของสารลดแรงตึงผิว รวมถึงสภาวะอื่นๆให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานต่างๆเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อทำให้สารลดแรงตึงผิวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและไม่สร้างปัญหาเพิ่มให้กับสิ่งแวดล้อม สารลดแรงตึงผิวส่วนใหญ่จะสามารถย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ ทั้งนี้ความสามารถในการถูกย่อยสลายจะขึ้นกับโครงสร้างของสารลดแรงตึงผิว รวมทั้งปริมาณของสารลดแรงตึงผิวที่เหลืออยู่จากการใช้ การใช้สารลดแรงตึงผิวในปริมาณที่เหมาะสม นอกจากจะช่วยลดต้นทุนการบำบัดแล้วยังมีส่วนช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ในน้ำดื่มปริมาณสารลดแรงตึงผิวที่สามารถเจือปนได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายเท่ากับ 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร การศึกษาและการพัฒนาการนำสารลดแรงตึงผิวมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ให้มากขึ้นโดยเฉพาะทางด้านสิ่งแวดล้อมจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งในอนาคต
คุณสมบัติของสารลดแรงตึงผิว
สารลดแรงตึงผิว หรือ SURFace ACTive AgeNT มีชื่อเรียกโดยทั่วไปทางวิทยาศาสตร์ว่า “ Surfactant ” สารลดแรงตึงผิวเดิมทีเดียวมาจากภาษาเยอรมันว่า Tensid ซึ่งตั้งโดยนักเคมีชาวเยอรมันในปี ค.ศ. 1960 สารลดแรงตึงผิวส่วนใหญ่เป็นสารประกอบอินทรีย์ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ชอบน้ำ (hydrophilic group) และส่วนที่ไม่ชอบน้ำ (hydrophobic group) ดังแสดงในภาพที่ 1b ส่วนที่ไม่ชอบน้ำมักจะเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน คือมีธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบหลัก ส่วนใหญ่จะมาจากไขมันและน้ำมันตามธรรมชาติ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และโพลีเมอร์สังเคราะห์ ลักษณะที่สำคัญของสารลดแรงตึงผิวคือเมื่อใส่สารลดแรงตึงผิวเพียงเล็กน้อยลงในน้ำ สารลดแรงตึงผิวจะไปลดแรงตึงผิวของน้ำเพื่อให้เกิดกระบวนการต่างๆ ง่ายขึ้น เช่น การเกิดฟอง การทำให้เปียก และกระบวนการทำความสะอาด เป็นต้น ส่วนที่ไม่ชอบน้ำจะพยายามหนีน้ำโดยไปเกาะกับพื้นผิวที่ว่าง เช่น อากาศ ส่วนที่ชอบน้ำจะยังคงอยู่ในน้ำซึ่งแสดงในภาพที่ 1c สารลดแรงตึงผิวสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทซึ่งแบ่งตามลักษณะหรือประจุของส่วนที่ชอบน้ำ (hydrophilic group)
ได้แก่
1. สารลดแรงตึงผิวที่มีประจุบวก (Cationic surfactant) ได้แก่ Cetyltrimethyl ammonium bromide (CTAB) ซึ่งมีสูตรโมเลกุล คือ C16H33N(CH3)3+Br- สารลดแรงตึงผิวที่มีประจุบวกมักจะพบในผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน ครีมนวดผม และน้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นต้น
2. สารลดแรงตึงผิวที่มีประจุลบ (Anionic surfactant) ได้แก่ Sodium dodecyl sulphate (SDS) ซึ่งมีสูตรโมเลกุล คือ CH3(CH2)11SO4-Na+ มักจะเป็นส่วนประกอบในผงซักฟอกและสบู่ เป็นต้น
3. สารลดแรงตึงผิวที่ไม่มีประจุ (Nonionic surfactant) ได้แก่ Polyoxyethylene alcohol ซึ่งมีสูตรโมเลกุล คือ (CnH2n+1(OCH2CH2)mOH) สารลดแรงตึงผิวที่ไม่มีประจุนี้มักจะนำไปผสมในสบู่เหลวล้างหน้า
4. สารลดแรงตึงผิวที่มีทั้งประจุบวกและประจุลบ (Zwitterionic surfactant) ได้แก่ b-N-Alkylaminopropionic Acids มีสูตรโมเลกุล คือ RN+H2CH2CH2COO- ซึ่งเป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง สารป้องกันการกัดกร่อน และสารยับยั้งแบคทีเรีย เป็นต้น
สารลดแรงตึงผิวยังมีคุณสมบัติที่ทำให้เฟสสองเฟสที่ต่างกันมารวมตัวกันได้ คำว่าอยู่คนละ เฟส คือ การไม่ผสมเป็นเนื้อเดียวกัน น้ำและน้ำมันไม่ละลายซึ่งกันและกันเพราะมีคุณสมบัติที่ต่างกันโดยที่น้ำเป็นสารประกอบที่มีขั้ว ส่วนน้ำมันเป็นสารประกอบที่ไม่มีขั้ว เมื่อใส่สารลดแรงตึงผิวเข้าไปเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้สองเฟสมารวมกันเป็นเฟสเดียวกันได้ ตัวอย่างเช่น การใส่ไข่แดงซึ่งมี lecithin เป็นสารลดแรงตึงผิวประกอบอยู่ประมาณ 10% ลงไปในน้ำที่ผสมน้ำมันเพื่อทำน้ำสลัด ทำให้น้ำและน้ำมันรวมตัวเป็นเนื้อเดียวกัน
การนำสารลดแรงตึงผิวไปใช้ประโยชน์

สารลดแรงตึงผิวมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในชีวิตประจำวันของมนุษย์ ในร่างกายมนุษย์ก็มีสารลดแรงตึงผิวประกอบอยู่ เช่น Gall Acid ซึ่งจะย่อยสารประเภทไขมันได้ สารลดแรงตึงผิวมีประโยชน์หลายๆ ด้าน โดยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ต่างๆ และเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการผลิตต่างๆ ได้แก่

1. สารลดแรงตึงผิวเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม ครีมนวดผม และผลิตภัณฑ์ที่มีฟอง เป็นต้น

2. สารลดแรงตึงผิวเป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางและครีมกันแดด

3. สารลดแรงตึงผิวถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ ผลิตยา

4. สารลดแรงตึงผิวถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรม เช่น กระบวนการย้อมผ้า การเคลือบสีไม้หรือโลหะ การผลิตพลาสติก การทำหนังสัตว์ การผลิตเนยเทียม เค้กและไอศกรีม เป็นต้น

5. สารลดแรงตึงผิวถูกนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น บำบัดน้ำเสีย กำจัดมลพิษทางดิน ดูดซับของเสีย เป็นต้น

6. สารลดแรงตึงผิวถูกนำมาใช้ในกระบวนการสกัดแยก เช่น การสกัดแยกแร่ การแยกน้ำมัน ออกจากน้ำ เป็นต้น

ความตึงผิว

ความตึงผิวเป็นสมบัติอย่างหนึ่งของของเหลว ความตึงผิวทำให้ผิวหน้าของน้ำเป็นเสมือนผิวหนังบาง คลุมน้ำข้างใต้ไว้ บางคนคงเคยเห็นแมลงบางชนิดเดินได้บนผิวน้ำ แมลงยืนหรือเดินบนผิวน้ำได้เพราะน้ำมีความตึงผิว ความตึงผิวทำให้คลิปเสียบกระดาษลอยได้บนผิวน้ำในถ้วยแก้ว ทำให้น้ำหยดจากก๊อกน้ำมีรูปทรงกลม ทำให้หยดน้ำกลิ้งได้บนใบบัว และทำให้เราสามารถเป่าน้ำผสมน้ำยาซักผ้าจากขดลวดวงกลม ให้เป็นฟองอากาศทรงกลมสีรุ้งที่สวยงามได้

57 ความคิดเห็น:

  1. เสดยังฟะนิมาเม้นให้แล้วนะล่ะ
    เรวๆเข้าจิ
    รอเม้นต่อนะนิ

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ1 กันยายน 2552 เวลา 03:45

    มาทำเรวๆๆเด้รอเม้นอยุ่นะเนี่ยยย

    สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆไอ่เพื่อนย๊ากกกก!!

    แล้วจามาใหม่ หุหุ

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ1 กันยายน 2552 เวลา 03:47

    มาช่วยเป็นกำลังใจให้นะคะ

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ1 กันยายน 2552 เวลา 03:48

    สวัสดีคับ น่ารักจังนะคับ ผมโสดนะคับ
    ตอนนี้ยกมืออยู่ - -

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ1 กันยายน 2552 เวลา 03:53

    เนื้อหาน้อยไปนะนู๋ใส่อีกสิ

    จะได้มีคนมาเม้นมากๆไง

    ยายก็แต่แล้วนะตาไม่ค่อยดี

    ตัวใหญ่ๆหน่อยก็ได้นะนู๋

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ1 กันยายน 2552 เวลา 21:51

    สีชมพูเชียวนะแก
    เนื้อหาน้อยไปหน่อยเอามาใส่เยอะๆดิ

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ1 กันยายน 2552 เวลา 21:57

    หน้าเวปสวยดีสีชมพู5555555

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ1 กันยายน 2552 เวลา 21:58

    ไปหาเนื้อหาจากไหนหว่า

    ตอบลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ1 กันยายน 2552 เวลา 22:20

    สารลดแรงตึงผิว สามารถช่วยให้อัตราการไหลในท่อดีขึ้นได้หรือเปล่าครับ

    ตอบลบ
  10. ไม่ระบุชื่อ1 กันยายน 2552 เวลา 22:21

    ผมว่าสารที่ว่ามานี้จะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมและด้านประกอบอาชีพมากนะ
    จากเก่ง

    ตอบลบ
  11. ไม่ระบุชื่อ1 กันยายน 2552 เวลา 22:22

    ขอบคุณค่ะ กำลังทำรายงานอยู่เลย หามาตั้งนาน

    เด็กทำรายงาน

    ตอบลบ
  12. ไม่ระบุชื่อ1 กันยายน 2552 เวลา 22:23

    อยากทราบว่าสารลดแรงตึงผิวมีโทษต่อสิ่งแวดล้อมยังไงบ้างค่ะ ขอคำตอบด่วนที่สุดเลยนะค่ะ
    มีน่าค่ะ

    ตอบลบ
  13. ไม่ระบุชื่อ1 กันยายน 2552 เวลา 22:23

    อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับสารลดแรงตึงผิวมากกว่านี้

    ตอบลบ
  14. ไม่ระบุชื่อ2 กันยายน 2552 เวลา 02:12

    ดีเนื้อหาเยอะดี
    จากคนที่เข้าดู

    ตอบลบ
  15. ไม่ระบุชื่อ2 กันยายน 2552 เวลา 02:14

    แรงตึงผิวกับความตึงผิวอยางเดียวกันอะเปล่า

    ตอบลบ
  16. ไม่ระบุชื่อ2 กันยายน 2552 เวลา 02:34

    หาเนื้อหามาเยอะดีชอบ

    ตอบลบ
  17. ไม่ระบุชื่อ2 กันยายน 2552 เวลา 02:43

    สารลดแรงตึงผิวหรอไม่เห็นเคยได้ยินเลยพึ่งรู้ว่ามี

    ตอบลบ
  18. ไปเม้นให้เค้าด้วยดิ

    ใส่ไรมาเนี่ยยยยย

    ทำไรมะรุ้ม่ายเข้าจาย

    น่ารักดีนะรุปน่ะ

    แอบแบวซะเจงๆ

    เข้าจ๊ายยยยยย

    ตอบลบ
  19. ไม่ระบุชื่อ2 กันยายน 2552 เวลา 02:48

    เทอคับทำอะไรเหรอ

    ชื่อไรคับอยากรุ้กจัง

    น่ารักดีนะน้องงงง

    เพ่อยากรุ้จักจังง

    ตอบลบ
  20. ไม่ระบุชื่อ2 กันยายน 2552 เวลา 03:01

    ดีนะหาได้เยอะดี

    ตอบลบ
  21. ไม่ระบุชื่อ2 กันยายน 2552 เวลา 22:47

    ยายบ้าไม่ไรเยอะเยะวะ

    ขี้เกียจอ่าน

    ทำให้น่าสนใจกว่านี้หน่อยดิ5555555555

    ล่อเล่น

    ple

    ตอบลบ
  22. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 01:52

    เยอะไปป่าวขี้เกียดอ่าน

    ตอบลบ
  23. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 01:54

    อันคุณครูคำนี้มีความหมาย
    อันหลากหลายคำพูดจะกล่าวถึง
    คือผู้ให้ทรัพย์วิชาน่าคำนึง
    คือผู้ซึ้งอบรมให้ทำดี
    อีกครูนี้เหมือนพ่อแม่คนที่สอง
    ครูจึงต้องอดทนต่อหน้าที่
    เพียรสั่งสอนเป็นแม่พิมพ์ศิษย์มากมี
    เรือจ้างนี้น้ำใจงามนามว่าครู

    ตอบลบ
  24. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 01:55

    เพียงแค่กระดาษ

    เพียงคำพูด พูดไป ก็หายเปล่า
    ไม่มีเรื่อง ไม่มีราว ให้ยึดถือ
    เพียงกระดาษ ก็เขียนได้แค่ปลายมือ
    มันก็คือ แค่กระดาษ เพียงหนึ่งใบ
    แต่จงรอ ดูตัวฉัน ในวันหน้า
    อีกไม่ช้า จะคลี่คลาย หายสงสัย
    สักสิบปี ยี่สิบปี ไม่สายไป
    อ่านเก็บไว้ แล้วคอยดูให้รู้จริง

    ตอบลบ
  25. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 01:55

    อยากให้เธอมาอยู่ใกล้ๆ

    อยากให้เธอมาอยู่ใกล้ๆ
    มาฟังเสียงหัวใจฉันเต้น
    มาฟังสิ่งที่ซ่อนเร้น
    ภายใต้ความเย็นชา
    อยากให้เธอมาอยู่ใกล้ๆ
    จะได้บอกความนัยว่า ..ปรารถนา
    ถ้ายังไม่แน่ใจจากแววตา
    ฉันก็พร้อมจะบอกด้วยวาจา..
    ว่า...ร ัก เ ธ อ...

    ตอบลบ
  26. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 01:56

    หนึ่งสมอง สองมือ ต้องไขว่คว้า
    เมื่อมีปัญหา ขึ้นมา ต้องแก้ไข
    เหนื่อยและท้อ ขอพักหน่อย ไม่เป็นไร
    ให้มีแรง ลุกขึ้นใหม่ ได้อีกครา

    ตอบลบ
  27. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 01:57

    คนเราก็เป็น แบบนี้ กันทั้งนั้น
    มีสุขสันต์ โศกเศร้า เท่ากันแหละหนา
    ความสำเร็จ แต่ละครั้ง กว่าจะได้มา
    ต้องแลกด้วย เหงื่อและน้ำตา แทบทุกคน

    ตอบลบ
  28. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 01:57

    ขอเป็นอีก หนึ่งแรงใจ ให้คนสู้
    ให้เธอรู้ ว่าเธอ ยังมีหวัง
    ขอส่งแรงใจ ให้เธอ มีแรงพลัง
    ไปยังฝั่งฝัน ที่เธอวาดหวัง และตั้งใจ

    ตอบลบ
  29. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 01:58

    อย่าเพิ่งยอมแพ้นะคนดี

    อย่าเพิ่งยอมแพ้ นะคนดี
    ที่ตรงนั้น วันนี้ อาจไม่มีฉัน
    แต่เธอรับรู้ใช่ไหม ถึงความผูกพัน
    ฉันซ่อนตัว อยู่ในนั้น ทุกคืนวันที่ท้อใจ
    เธอไม่จำเป็น ต้องต่อสู้เพื่อฉัน
    แต่จงฝ่าฟัน เพื่อฝันที่วาดไว้
    ต่อจากนี้ อีกแสนนาน หรือแสนไกล
    ฉันจะเป็น หนึ่งกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ สำหรับเธอ

    ตอบลบ
  30. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 01:58

    นั่งมองดาวบนฟ้า

    นั่งมองดาวบนฟ้า
    ส่งความห่วงหาไปให้
    ข้ามน้ำทะเลเขาที่ยาวไกล
    ให้ใจอีกใจที่ไกลกัน

    ตอบลบ
  31. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 01:59

    พบกันที่หน้าเน็ตคุยเสร็จสรรพ
    ขอยอมรับตรงตรงว่าหลงใหล
    น้ำเสียงคุณอุ่นหูแม้อยู่ไกล
    อยากจะไปพบหน้าสบตาจัง

    รักคุณแล้วรู้ไว้โปรดได้ทราบ
    จะให้กราบงามงามยอมตามสั่ง
    สมัครรักหน้าจอจะรอฟัง
    มีหรือยังคนในหัวใจคุณ

    ตอบลบ
  32. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:00

    กระดาษทรายคือใจเธอ

    กระดาษทรายคือใจเธอ
    สากเสมอสำหรับฉัน
    เมื่อลองสัมผัสมัน
    แสบเจ็บคันอย่าบอกใคร

    ตอบลบ
  33. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:06

    ไม่มาวเหล้า แต่เรายังมาวเบียร์
    อีกสาวเชียร์ ก็น่ารัก เป็นหนักหนา
    ได้ทั้งมาวได้ทั้งเพลินเจริญตา
    แสนหรรษาจริงเรา...ได้มาวเบียร์

    เบียร์เย็นๆ ช่วยคลายทุกข์ ที่รุกเร้า
    ดับความเศร้า โศกสลด ให้หมดเสีย
    สดุดีพระคุณล้ำของน้ำเบียร์
    ดีกว่าเมียที่บ้านบานตะไท...เอิ้กๆๆ

    ตอบลบ
  34. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:08

    เพื่อน...!! มิตรภาพที่ไม่มีวันเสื่อมสลาย มิตรภาพดีๆ อย่างนี้ก็ควรที่จะเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี เราจึงได้มี กลอนเพื่อน ซึ่งได้กล่าวถึงมิตรภาพของคำว่า เพื่อน ไว้ให้เพื่อนๆ ได้เลือกนำ กลอนเพื่อน เหล่านั้น ไปมอบ เพื่อแสดงมิตรภาพและความรู้สึกที่เรามีต่อเพื่อนค่ะ เลือกอ่าน กลอนเพื่อน กันได้อย่างเต็มที่เลยนะคะ
    จากคนที่หวังดีเสมอ

    ตอบลบ
  35. คำว่าเพื่อนไม่ลบเลือนอย่างแน่แท้

    ไม่ผันแปรแม้อยุ่ใกล้ไกลสุดฟ้า

    จะบอกเพื่อนว่ารักก่อนจากลา

    ให้ดินฟ้าเปนพยานผ่านสายลม...

    ตอบลบ
  36. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:10

    เพื่อจะทุกข์ เสียน้ำตา และร้องไห้
    ความห่วงใย ทีมีนั้น ยังคอยสาน
    ประกอบใจ ของเพื่อนนี้ ที่แหลกราญ
    พาพ้นผ่าน ความทุกข์ช้ำ ที่ค้ำใจ

    จากคนรู้จัก

    ตอบลบ
  37. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:12

    เราจะรู้ได้ยังไงว่าครีม ชนิดไหนมีแรงตึงผิวมากล่ะ
    จากคนอยากรู้

    ตอบลบ
  38. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:14

    ความตึงผิวของของเหลวต่างกับแรงดึงผิวของของเหลวอย่างไรครับใครรู้ช่วยตอบทีนะครับ
    จากคนหนึ่งคน

    ตอบลบ
  39. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:15

    เดี๋ยวก่อน ๆ ครับ ความตึงผิวน่าจะใช้ประโยชฯในการอธิบายการเดินของจิงโจ้น้ำ (เจ้าของวิชาตัวเบาตัวจริง) ครับ
    พี่ชาย

    ตอบลบ
  40. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:16

    แรงตึงผิวเกิดจากการที่อะตอมของๆเหลวยึดเหนี่ยวกันไว้ซึ่งแรงยึดเหนี่ยวนี้จะน้อยกว่าของแข็งแต่มากกว่าก๊าซส่วนประโยชน์ เราใช้ประโยชน์อะไรจากของเหลวบ้างก็อันนั้นหละเพราะถ้าไม่มีแรงตึงผิวก็ไม่มีของเหลวใช่มะหรือใครจะเถียง
    จากพี่ชายที่ปราจีน

    ตอบลบ
  41. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:18

    แรงดึงผิวของของเหลว คือ แรงที่เกิดขึ้นบริเวณที่ผิวของของเหลวสัมผัสกับของเหลวอื่นหรือกับผิวของแข็งโดยมีพลังงานเพียงพอต่อการยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล ซึ่งมีขนาดสัมพันธ์กับแรงยึดติดและแรงเชื่อมแน่นทำให้เกิดเป็นลักษณะคล้ายๆ กับแผ่นบางๆ ที่สามารถต้านแรงดึงได้เล็กน้อย มีทิศขนานกับผิวของเหลวและตั้งฉากกับเส้นขอบที่ของเหลวสัมผัส เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นความตึงผิวของเหลวจะมีค่าลดลง
    จากผู้รู้ครับ

    ตอบลบ
  42. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:20

    ที่ผิวของเหลวจะมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของของเหลวด้วยกัน (cohesion) พยายามยึดผิวของเหลวให้ตึง (ให้มีพื้นที่น้อยที่สุด) เรียกว่า “แรงดึงผิวของของเหลว” เมื่อของเหลวสัมผัสกับภาชนะและสัมผัสกับอากาศจะมีแรงเกาะติด (adhesion) ที่เกิดขึ้นระหว่างโมเลกุลของของเหลวกับโมเลกุลของภาชนะและโมเลกุลของอากาศ
    จากผู้รู้คนเดิม

    ตอบลบ
  43. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:25

    แรงตึงผิวของของเหลวมีทิศขนานกับผิวของของเหลวและตั้งฉากกับเส้นขอบที่ของเหลวสัมผัส
    จากผู้รู้คนเก่า

    ตอบลบ
  44. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:27

    แรงตึงผิวของของเหลว มีธรรมชาติจากแรงรระหว่างโมเลกุล
    ในแนวของผิว จะมีแรงดึงไม่ให้โมเลกุลหลุดออกไปจากของเหลว แรงดึงนี้คือ แรงตึงผิว
    จากที่รักของเธอ

    ตอบลบ
  45. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:28

    สารลดความตึงผิว
    สารประกอบอินทรีย์หรือเกลอืกรดอินทรีย์ที่ละลายอยู่ในของเหลวซึ่งจะทำหน้าที่เปลี่ยนสภาพความตึงผิวของของเหลวนั้น มีผลในการปรับปรุงความสามารถการเปียกผิว (wetting) ลดการเป็นฟอง
    จากที่รักของคนอื่น

    ตอบลบ
  46. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:29

    ความตึงผิว (Surface tension)

    ที่ผิวของเหลวจะมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของของเหลวด้วยกัน (cohesion) พยายามยึดผิวของเหลวให้ตึง (ให้มีพื้นที่น้อยที่สุด) เรียกว่า “แรงดึงผิวของของเหลว” เมื่อของเหลวสัมผัสกับภาชนะและสัมผัสกับอากาศจะมีแรงเกาะติด (adhesion) ที่เกิดขึ้นระหว่างโมเลกุลของของเหลวกับโมเลกุลของภาชนะและโมเลกุลของอากาศ

    จาก.....

    ตอบลบ
  47. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:31

    ความตึงผิว - โมเลกุลของของเหลวที่อยู่บริเวณผิวหน้ามีเสถียรภาพน้อยกว่าโมเลกุลที่อยู่
    ด้านใน เพื่อให้ได้เสถียรภาพมากที่สุด ของเหลวจึงพยายามลดพื้นที่ผิวให้เหลือน้อยที่สุด ความ
    ตึงผิวจะลดลงถ้าเพิ่มอุณหภูมิ ความตึงผิวจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแรงดึงดูงระหว่างโมเลกุล
    ถ้าแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลมาก โมเลกุลที่ผิวหน้าจะถูกดึงเข้าภายในอย่างแรง งานที่ใช้ใน
    การขยายพื้นที่ผิวของของเหลวจะมากตาม ความตึงผิวก็จะมาก นอกจากนี้ความตึงผิวยังขึ้นอยู่กับ
    อุณหภูมิอีกด้วย ถ้าอุณหภูมิเพิ่มขึ้น พลังงานจลน์ของแต่ละโมเลกุลเพิ่มขึ้นแต่แรงดึงดูดระหว่าง
    โมเลกุลน้อยลงทำให้ความตึงผิวลดลง
    จากคนถูกบังคับ

    ตอบลบ
  48. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:33

    ขอบคุณมากค่ะ ที่ให้ความรู้

    blog น้ะมีประโยชนือย่างมาก

    > , < ด้วยรักและห่วงใย

    ตอบลบ
  49. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:33

    ขอบคุนสำหรับสูตรที่ไห้มา
    ขอบคุนงับ

    ตอบลบ
  50. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:34

    สารลดแรงตึงผิว หรือ SURFace ACTive AgeNT มีชื่อเรียกโดยทั่วไปทางวิทยาศาสตร์ว่า “ Surfactant ” สารลดแรงตึงผิวเดิมทีเดียวมาจากภาษาเยอรมันว่า Tensid ซึ่งตั้งโดยนักเคมีชาวเยอรมันในปี ค.ศ. 1960 สารลดแรงตึงผิวส่วนใหญ่เป็นสารประกอบอินทรีย์ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ชอบน้ำ (hydrophilic group) และส่วนที่ไม่ชอบน้ำ (hydrophobic group) ดังแสดงในภาพที่ 1b ส่วนที่ไม่ชอบน้ำมักจะเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน คือมีธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบหลัก ส่วนใหญ่จะมาจากไขมันและน้ำมันตามธรรมชาติ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และโพลีเมอร์สังเคราะห์ ลักษณะที่สำคัญของสารลดแรงตึงผิวคือเมื่อใส่สารลดแรงตึงผิวเพียงเล็กน้อยลงในน้ำ สารลดแรงตึงผิวจะไปลดแรงตึงผิวของน้ำเพื่อให้เกิดกระบวนการต่างๆ ง่ายขึ้น เช่น การเกิดฟอง การทำให้เปียก และกระบวนการทำความสะอาด เป็นต้น ส่วนที่ไม่ชอบน้ำจะพยายามหนีน้ำโดยไปเกาะกับพื้นผิวที่ว่าง เช่น อากาศ ส่วนที่ชอบน้ำจะยังคงอยู่ในน้ำซึ่งแสดงในภาพที่ 1c สารลดแรงตึงผิวสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทซึ่งแบ่งตามลักษณะหรือประจุของส่วนที่ชอบน้ำ (hydrophilic group)

    ตอบลบ
  51. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:35

    อยากทราบว่าจะทราบได้อย่างไรว่าผิวแบบไหนเป็นผิวเดียว แบบไหนเป็นสองผิว...อย่างเช่น ฟองสบู่ หยดของเหลว ฯลฯ

    ตอบลบ
  52. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:37

    เอ่อ.. ทำไม copy เศษส่วนใน word มาใส่ในนี้มะได้อ่า
    ครายยรุ้บอกทีเด้ อยากรุ้เจงๆ

    ตอบลบ
  53. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:37

    มาเม้นให้และนะคุณเพื่อน

    ของเค้าอ่ะไปเม้นให้ด้วย

    กลับบ้านละ

    ตอบลบ
  54. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2552 เวลา 02:38

    สวยเนอะ

    ยังสวยได้อีกนะ

    เหมือนเด็กน้อยเรยยยยยง่ะ

    ตอบลบ
  55. ไม่ระบุชื่อ4 เมษายน 2554 เวลา 07:46

    ไม่ได้อะไรเลย

    ตอบลบ
  56. ไม่ระบุชื่อ8 มกราคม 2556 เวลา 00:59

    Malaysia & Singapore & brunei finest online
    blogshop for wholesale & supply korean accessories, accessories, earstuds, necklace, rings,
    bracelet, hair & trinket add-ons. Promotion 35 % wholesale price cut. Ship Worldwide
    My website :: pet sitting service

    ตอบลบ